ประวัติอำเภอเชียงของ

 lungprabang01 wallpaper-chiangkhong-001

  อำเภอเชียงของ   เป็นเมืองชายแดนเหนือสุดของประเทศไทย ติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) มีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งเขตแดน ที่มีความยาวถึง 42 กิโลเมตร อยู่ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย 141 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 950 กิโลเมตร อยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสน 53 กิโลเมตร ตามทางหลวง 1129 (จากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 114 กิโลเมตร) เป็นทางเลียบริมฝั่งแม่น้ำโขงที่มีทิวทัศน์สวยงาม

ทั้งนี้ อำเภอเชียงของมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 836.90 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 523,062.50 ไร่ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา โดยมีพื้นที่ราบลุ่มอยู่ตอนกลาง ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 ฟุต พื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 61 ของพื้นที่ทั้งหมด หรือประมาณ 510 กิโลเมตร มีชื่อเสียงในเรื่องการจับ      “ปลาบึก” และฤดูการจับปลาบึกอยู่ระหว่างกลางเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมของทุกปี โดยก่อนที่จะมีการจับปลาบึกแต่ละปี จะต้องมีพิธีบวงสรวงปลาบึก จัดทุกวันที่ 18 เมษายน ของทุกปี เพื่อเป็นการบอกว่าถึงฤดูการจับปลาได้เริ่มขึ้นแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม อำเภอเชียงของ ยังคงเป็นอำเภอที่เงียบสงบ ผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างราบเรียบ ไม่วุ่นวาย ชุมชนที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย บรรยากาศของชนบทที่ยังบริสุทธิ์ บ้านเรือนชาวบ้านยังเป็นบ้านไม้แบบโบราณ ที่สำคัญเชียงของมีที่พักเลียบลำน้ำโขงอยู่หลายแห่งทั้งแบบบ้านและเกสต์เฮาส์ให้เลือกพัก และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น น้ำตกห้วยเม็ง ศูนย์หัตถกรรมบ้านสถาน และศูนย์ผ้าทอไทลื้อตำบลศรีดอนชัย และมีร้านขายของที่ระลึกจำหน่าย

ที่ตั้งและอาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับแขวงบ่อแก้ว (ประเทศลาว) ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงบ่อแก้ว (ประเทศลาว) และอำเภอเวียงแก่น  ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเวียงแก่น อำเภอขุนตาล อำเภอพญาเม็งราย และอำเภอเวียงเชียงรุ้ง  ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอดอยหลวงและอำเภอเชียงแสน

คำขวัญประจำอำเภอ                    

หลวงพ่อเพชรคู่เมือง ลือเลื่องปลาบึกหาดไคร้ แหล่งผ้าทอน้ำไหล ประตูใหม่อินโดจีน

ลักษณะภูมิอากาศ

อำเภอเชียงของมีพื้นที่ 837 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมเขตร้อน มี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว อากาศค่อนข้างเย็นสบายตลอดปี ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ได้ชัดเจนและสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถข้ามไปฝั่งลาวได้ระหว่างเวลา 8.30-16.30 น. โดยติดต่อกรอกแบบฟอร์มขอผ่านแดนได้ที่ศูนย์อำนวนการรักษาความมั่นคงภายใน บริเวณที่ว่าการอำเภอเชียงของได้ทุกวัน แค่เพียงเตรียมรูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป และสำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด พร้อมเงินค่าธรรมเนียม 10 บาท นอกจากนี้ ในช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือนเมษายนจะมีการจัดงานรื่นเริงและร้านค้าตามชายหาดริมฝั่งแม่น้ำโขงเป็นประจำทุกปี

การปกครอง

จำนวนประชากรรวม 26,588 คน ประกอบด้วยคนเชื้อชาติ ไทยพื้นเมือง ไทยลื้อ และชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ อาทิเช่น ม้ง ลาหู่ (มูเซอ) ขมุ อาข่า เป็นต้น มี 117 หมู่บ้าน ตำบล 7 ตำบล มีเทศบาล 2 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล 6 แห่ง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลักคือ เกษตรกรรม (ผลผลิตทางการเกษตร ข้าว ลำไย ส้มเขียวหวาน ข้าวโพด ขิง) ค้าขาย อาชีพรองคือ ประมงน้ำจืด รับจ้าง การค้าขายชายแดน

แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 ตำบล 117 หมู่บ้าน

  1. เวียง (Wiang) 14 หมู่บ้าน    2. สถาน (Sathan) 16 หมู่บ้าน      3. ครึ่ง (Khrueng) 11 หมู่บ้าน        4. บุญเรือง (Bun Rueang) 10 หมู่บ้าน       5. ห้วยซ้อ (Huai So) 23 หมู่บ้าน   6. ศรีดอนชัย (Si Don Chai) 18 หมู่บ้าน   7. ริมโขง (Rim Khong) 11 หมู่บ้าน

จากการศึกษาความหมายและแนวคิดของภูมิปัญญาของชาวบ้านที่กล่าวมาแล้วข้างต้นพอสรุปได้ว่า ภูมิปัญญาไทย หมายถึง ความรู้ ความสามารถในการดำเนินชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้น ๆ โดยใช้สติปัญญาสั่งสมความรู้อย่างแพร่หลาย ผสมผสานความกลมกลืนระหว่างศาสนา สภาพภูมิอากาศ สภาพแวดล้อมการประกอบอาชีพ และกระบวนการเหล่านี้มาจนหลายชั่วคนซึ่งจะเป็นวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์นั้น เกิดจากการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์เป็นระยะเวลายาวนาน โดยอาศัยภูมิปัญญาที่มีอยู่มาใช้ในการตั้งถิ่นฐาน การประกอบอาชีพการปรับตัวและแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต จนเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของธรรมชาติและสังคม

0img_1571  chiangkhong-sadoodta_10

eb0b7ce840c02d210731a452def032d0  201509231509405

57457 23434