แหล่งเรียนรู้

“สาหร่ายไก”โอท็อปชั้นเลิศ ฝีมือกลุ่มแม่บ้าน”หาดไคร้”

Market4

“ไก” สาหร่ายน้ำจืด เมนูชั้นเลิศที่ชาวบ้านในอ.เชียงของ จ.เชียงราย ที่เก็บจากแม่น้ำโขงขึ้นมารับประทานกันตั้งแต่สมัยปู่ย่า ตายาย ด้วยความเชื่อของชาวบ้านที่ว่า สาหร่ายไกจะเก็บมารับประทานได้หนึ่งครั้งใน 1 ปี หากใครมีโอกาสรับประทานจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืนยาว ส่งผลให้สาหร่ายไกมีราคาแพง เพราะฤดูที่สาหร่ายให้ผลผลิตและเก็บได้อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี

ด้วยระดับน้ำที่พอเหมาะ มีแสงแดดส่องถึงโขดหินที่ยังไม่โผล่พ้นผิวน้ำในแม่น้ำโขง ทำให้สาหร่ายไกที่มีสีเขียวเข้มเติบโตได้ดีบนโขดหิน จนชาวบ้านที่บ้านหาดไคร้ ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ยึดการเก็บสาหร่ายไกมาจำหน่ายเป็นอาชีพสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

กระทั่งในปี 2542 กลุ่มสตรีบ้านหาดไคร้เล็งเห็นช่องทางการตลาดจึงก่อตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหาดไคร้ขึ้นมา เพื่อเป็นรายได้เสริมให้ชาวบ้าน และขยายช่องทางการตลาดพัฒนาสาหร่ายไกเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมีหน่วยงายภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และสถาบันการศึกษา คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และนักวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ให้การสนับสนุน โดยเฉพาะนักวิชาการ มช. ที่นำสาหร่ายไกไปศึกษาค้นคว้าจนพบว่าคุณค่าทางอาหารมากกว่าสาหร่ายทะเลถึง 10 เท่า

นางสุพิชญา ตันติวุฒิกุล ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหาดไคร้ อ.เชียงของ จ.เชียงราย หลังชาวบ้านรวมตัวกันและจดทะเบียนตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหาดไคร้เมื่อปี 2542 โดยชาวบ้านที่สมัครเป็นสมาชิกจะเสียค่าสมัครคนละ 20 บาท ปัจจุบันมีชาวบ้านเป็นสมาชิกกว่า 34 คน

“หลังก่อตั้งกลุ่ม จึงเริ่มรับซื้อสาหร่ายจากชาวบ้านที่เก็บขึ้นมาจากแม่น้ำโขง นำมาแปรรูปเป็นสาหร่ายไกอบแห้ง สาหร่ายไกทรงเครื่อง ข้าวเกรียบไก ฯลฯ โดยช่วงแรกได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ เช่น ตู้อบไก ฯลฯ นอกจากนี้ยังได้รับการช่วยเหลือด้านวิชาการ การให้คำแนะนำเกี่ยวกับรูปแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ กลุ่มแม่บ้านมีการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่องจนผลิตภัณฑ์ไกทั้ง 9 ชนิดที่วางจำหน่ายในตลาดปัจจุบันได้รับ อย. มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ มผช. และยังได้รับคัดเลือกเป็นสินค้าโอท็อป มาตรฐาน 3-4 ดาวต่อเนื่องถึง 4 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2546”

ที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสาหร่ายไก สร้างรายได้ให้กลุ่มแม่บ้านมากกว่าปีละ 3-4 แสนบาท หรือคนละ 3-4 หมื่นบาท โดยสมาชิกที่มาช่วยงานจะได้รับค่าจ้างวันละ 150 บาท ซึ่งกลุ่มรับซื้อสาหร่ายไกสดจากชาวบ้านกิโลกรัมละ 50 บาท ก่อนนำมาทำความสะอาดเอาเศษหินทรายออก และนำมาผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ข้าวเกรียบสาหร่ายไก หากบรรจุในรูปถุงขนาด 45 กรัมจำหน่ายถุงละ 35 บาท หรือกิโลกรัมละ 200 บาท สาหร่ายไกทรงเครื่องแผนละ 120 บาท และสาหร่ายไกแห้งกิโลกรัมละ 1,000 บาท

“ช่องทางการตลาดของกลุ่มแม่บ้าน เน้นออกงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อนำผลิตภัณฑ์สาหร่ายไกแปรรูปไปจำหน่าย จนกลุ่มและผลิตภัณฑ์มีชื่อเสียงได้รับความนิยมและยอมรับในตลาด เพราะไกเป็นสาหร่ายน้ำจืดหายากเนื่องจากเป็นอาหารของปลาบึกที่มีเฉพาะในแม่น้ำโขงที่อ.เชียงของเท่านั้น” นางสุพิชญา

นางสุพิชญากล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหาดไคร้ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งคณะกรรมการและสมาชิกไปอบรมเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งยังถูกส่งไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปี 2552 ด้วย จึงนำความรู้และประสบการณ์จากการดูงานที่ได้มาพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย แม้เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนแต่ก็มีความทันสมัย สวยงามถูกใจผู้บริโภคในตลาด

ปัจจุบันกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหาดไคร้ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ชุมชนกลุ่มแม่บ้านตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ มีกลุ่มแม่บ้านจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศเดินทางมาศึกษาดูงานกันอย่างต่อเนื่อง

“ข้าวเกรียบสาหร่ายไก” ขนมขบเคี้ยวขึ้นชื่อ   ขั้นตอนการผลิตข้าวเกรียบจากสาหร่ายไก นำส่วนผสม แป้งมัน กุ้งอบป่น น้ำตาลทราย กระเทียม พริกไทย เกลือ ผงฟู และสาหร่ายไกที่ผ่านการป่นจนละเอียดแล้วมาคลุกเคล้ากันนวดจนได้ที่และนำไปนึ่งในตู้อบหรือหม้อจนสุกได้ที่ นำออกมาผึ่งพัดลมให้แห้งก่อนนำเข้าตู้เย็นทิ้งไว้ 1 คืน

20140609105952_aagdkea6abbdk9bdahaji  140821143407จากนั้นจึงนำออกมาหั่นเป็นแผ่นเล็กๆ ขนาดพอดี และนำไปผึ่งไว้กลางแดดอีกครั้ง อย่างน้อย 2 แดด เมื่อผ่านขั้นตอนทั้งหมดแล้วจึงนำมาทดลองทอดดู ถ้าข้าวเกรียบที่ทอดฟูและเป็นแผ่นสวยงามได้ที่ก็นำไปทอดและบรรจุใส่ถุงเพื่อขายในรูปผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบไกสำเร็จรูป หรือเอาแผ่นข้าวเกรียบที่ยังไม่ได้ทอดบรรจุถุงเพื่อขายให้กิโลกรัมละ 200 บาท

ข้าวเกรียบสาหร่ายไก ถือเป็นขนมขบเคี้ยวที่ได้รับความนิยมและขายดีที่สุด เพราะมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม รับประทานเล่นหรือเป็นกับแกล้มก็ได้รสชาติ

57457  23434